บริการของเรา

บริการด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์

แบบบันทึกข้อมูลผู้ประสบปัญหาทางสังคม <<<< Download <<<<

การช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน

กลุ่มเป้าหมาย

  1. ผู้ที่ประสบปัญหาเดือดร้อนที่เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วน หรือที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้
  2. จะต้องได้รับการแก้ไขโดยฉับพลันทันท่วงที เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาสังคมด้านอื่นตามมา
  3. เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนให้การสงเคราะห์ พัฒนา และฟื้นฟูให้การช่วยเหลือตนเองได้

แนวทางการช่วยเหลือ

  1. ช่วยเหลือเป็นเงินหรือสิ่งของ ไม่เกิน 2,000 บาท ต่อครั้งต่อครอบครัว
  2. กรณีช่วยเหลือเป็นเงินหรือสิ่งของ เกิน 2,000 บาท ต่อครั้งต่อครอบครัว ให้อยู่ในดุลพินิจผู้ว่าราชการจังหวัด

เอกสารที่ใช้ในการขอรับบริการ

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน

 

การสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน

กลุ่มเป้าหมาย

เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี (ถ้าอยู่ระหว่างศึกษาอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์) ประสบปัญหาความเดือดร้อน ได้แก่

  1. เด็กซึ่งพ่อแม่หรือเฉพาะพ่อหรือแม่ หรือผู้ปกครองประสบภาวะอย่างใดอย่างหนึ่งทำให้ ไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวได้ เช่น เจ็บป่วย พิการ ต้องโทษ ฯลฯ
  2. เด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง ซึ่งมีผู้ปกครองดูแล
  3. เด็กในครอบครัวยากจนขาดแคลนไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กได้

แนวทางการช่วยเหลือ

การสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน เป็นการช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน โดยมุ่งให้ครอบครัวของเด็กสามารถเลี้ยงเด็กไว้ได้เองตามควรแก่อัตภาพ ไม่ต้องแยกเด็กออกจากครอบครัวโดยไม่จำเป็น โดยจะให้การช่วยเหลือ ดังนี้

  1. ช่วยเหลือเป็นเงินหรือสิ่งของ
    • 1,000 บาท/ครั้ง ในครอบครัวที่มีเด็ก 1 คน
    • ไม่เกิน 3,000 บาท/ครั้ง ในกรณีครอบครัวที่มีเด็กมากกว่า 1 คน
  2. ช่วยเหลือทั้งเงินและสิ่งของ
    • ไม่เกิน 2,000 บาท/ครั้ง ในครอบครัวที่มีเด็ก 1 คน
    • ไม่เกิน 3,000บาท/ครั้ง ในกรณีครอบครัวที่มีเด็กมากกว่า 1 คน

เอกสารประกอบการขอรับบริการ

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครอง
  2. สำเนาทะเบียนบ้านของบิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครอง
  3. สูติบัตร/บัตรประจำตัวประชาชนของเด็ก
  4. สำเนาทะเบียนบ้านของเด็ก

การให้การช่วยเหลือผู้สูงอายุตามโครงการส่งเสริมและสนับสนุนผู้สูงอายุใช้ชีวิตในชุมชน

เป็นการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบความเดือดร้อนเรื่องอาหารและ/หรือเครื่องนุ่งห่ม โดยไม่เกินวงเงินครั้งละสองพันบาท และจะช่วยได้ไม่เกินสามครั้งต่อคนต่อปี โดยถือตามปีงบประมาณ

คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับความช่วยเหลือ

  1. เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย
  2. ประสบปัญหาความเดือดร้อนและมีความจำเป็นในเรื่องดังต่อไปนี้
    • อาหาร
    • เครื่องนุ่งห่ม

เอกสารในการยื่นขอรับการช่วยเหลือ
กรณีผู้สูงอายุเป็นผู้ยื่นคำขอด้วยตนเอง

  1. บัตรประจำตัวประชาชนพร้อมสำเนา
  2. ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา

กรณีบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ยื่นคำขอรับความช่วยเหลือให้ผู้สูงอายุ

  1. บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนาของผู้ยื่นคำขอ
  2. บัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนาของผู้สูงอายุ

เมื่อได้รับคำขอ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือต่อไป

 

คำแนะนำการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน

สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์ และมีจำนวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของหรือผู้ดำเนินการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว ทั้งนี้ไม่รวมถึงสถานพยาบาลหรือโรงเรียนทั้งของรัฐและเอกชน

คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต, ผู้ดำเนินกิจการ, ผู้เลี้ยงดูเด็ก ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก พ.ศ. 2549

  1. ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก
    1. 1.1 มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ และจบการศึกษาภาคบังคับ
    2. 1.2 ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ไม่มีประวัติการกระทำผิดต่อเด็ก หรือละเมิดสิทธิเด็ก
    3. 1.3 ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษซึ่งไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับเด็ก
    4. 1.4 ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือไม่เป็นผู้ติดสารเสพติด 1.5 ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก เป็นนิติบุคคล ผู้มีอำนาจ ทำการแทนนิติบุคคลนั้น ต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกัน
  2. ผู้ดำเนินกิจการ
    1. 2.1 กรณีผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินกิจการด้วยตนเอง ต้องมีวุฒิการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย หรือ มีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับเด็กปฐมวัยอย่างน้อยหนึ่งปี โดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ปลัดกระทรวงกำหนด และมีความรู้เรื่องโภชนาการและอาหารสำหรับเด็กปฐมวัย
    2. 2.2 กรณีเป็นผู้ดำเนินกิจการแทน มีคุณสมบัติเช่นเดียวกัน
  3. ผู้เลี้ยงดูเด็ก
    1. 3.1 มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ และจบการศึกษาภาคบังคับ
    2. (1) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ไม่มีประวัติการทำผิดต่อเด็ก หรือละเมิดสิทธิเด็ก
    3. (2) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษซึ่งไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับเด็ก
    4. (3) เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ไม่เป็นผู้วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นผู้ติดสารเสพติด โดยมีการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
    5. (4) มีวุฒิภาวะและบุคลิกลักษณะเหมาะสมทั้งด้านจิตใจ อารมณ์ สังคม มีความขยันอดทน และมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติต่อเด็กด้วยความเมตตา ความอ่อนโยนที่จะเอื้ออำนวยต่อการทำหน้าที่เลี้ยงดูเด็กได้อย่างเหมาะสม
    6. (5) ผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ปลัดกระทรวงกำหนด

อัตราส่วนผู้เลี้ยงดูเด็กต่อจำนวนเด็ก

  • เด็กอายุแรกเกิด – 1 ปี อัตราส่วน 1 : 3
  • เด็กอายุ 1 ปี – 3 ปี อัตราส่วน 1 : 6
  • เด็กอายุ 3 ปี – 5 ปี อัตราส่วน 1 : 10
  • เด็กอายุ 5 ปี – 6 ปี อัตราส่วน 1 : 15

เอกสารประกอบคำขอใบอนุญาต

กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก เป็นบุคคลธรรมดา
  1. หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในสถานที่ และอาคารที่จะขออนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก ในกรณีที่สถานที่ หรืออาคารเป็นของผู้อื่น ผู้ขอรับใบอนุญาตจะต้องมีหนังสือแสดงว่าได้รับความยินยอมจากเจ้าของสถานที่หรืออาคาร
  2. แผนผังแสดงที่ตั้งของสถานรับเลี้ยงเด็ก
  3. แบบแปลนแผนผังอาคารภายใน สถานที่ที่จะขออนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้สอยอาคารและห้องต่าง ๆ ทุกห้อง
  4. ระเบียบหรือข้อบังคับการดำเนินงานของสถานรับเลี้ยงเด็ก
  5. ถ่ายภาพการใช้สอยอาคารและห้องต่าง ๆ ทุกห้อง ทั้งภายนอกและภายใน ดังนี้
    1. 5.1 ภายนอกอาคาร ประกอบด้วย
      1. 5.1.1 ภาพด้านหน้า – ด้านข้าง และทางเข้า – ออกของอาคาร
      2. 5.1.2 ป้ายชื่อสถานรับเลี้ยงเด็ก
      3. 5.1.3 ที่เล่นในร่ม/สนามเด็กเล่นในกรณีที่ตั้งบนพื้นที่ซีเมนต์ต้องมีวัสดุกันกระแทก
      4. 5.1.4 สมุดเซ็นรับ-ส่งเด็กในแต่ละวัน 5.1.5 มุมผู้ปกครอง/สื่อสัมพันธ์สำหรับผู้ปกครอง
      5. 5.1.6 เสาธงชาติ 5.1.7 ชั้นวางรองเท้าเด็ก พร้อมติดสัญลักษณ์
    2. 5.2 ภายในอาคาร ประกอบด้วย
      1. 5.2.1 พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลปัจจุบัน พระพุทธรูป ธงชาติ
      2. 5.2.2 ตารางกิจกรรมใน 1 วันและรายการอาหารประจำ 5 วัน (อาหารกลางวันและอาหารว่างเช้าและบ่าย) (เฉพาะ 2 รายการนี้ ขอให้พิมพ์มาแทนรูปถ่าย)
      3. 5.2.3 ชั้นวางกระเป๋าเด็ก พร้อมติดสัญลักษณ์
      4. 5.2.4 บอร์ดสมาชิกเด็ก
      5. 5.2.5 ป้ายชื่อหน้าห้องทุกห้อง พร้อมระบุอายุเด็ก
      6. 5.2.6 ห้องพัฒนาเด็กจัดเป็นมุมประสบการณ์ต่าง ๆ
      7. 5.2.7 ห้องนอนเด็กพร้อมติดมุ้งลวด 5.2.8 ห้องรับประทานอาหารพร้อมภาชนะเครื่องใช้
      8. 5.2.9 ห้องพักเด็กป่วยพร้อมเตียง ที่นอน ตู้ยา และยาสำหรับเด็ก
      9. 5.2.10 เครื่องชั่งน้ำหนัก – ที่วัดส่วนสูง
      10. 5.2.11 ที่ดื่มน้ำสำหรับเด็กพร้อมภาชนะ
      11. 5.2.12 ห้องครัวหรือที่เตรียมอาหารและติดตั้งเครื่องดับเพลิง
      12. 5.2.13 ห้องน้ำ – ห้องส้วม สำหรับเด็ก
      13. 5.2.14 การหุ้มเหลี่ยมเสาด้วยวัสดุกันกระแทก
      14. 5.2.15 ที่กั้นทางขึ้น – ลง บันได (กรณีสูงกว่า 1 ชั้น)
  6. สรุปโครงสร้างบุคลากรและหน้าที่รับผิดชอบ 1 หน้า
  7. สำเนาทะเบียนบ้าน
  8. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  9. ใบรับรองแพทย์ พร้อมผล X-Ray ปอด
  10. สำเนาหลักฐานการศึกษา/ประกาศนียบัตร/วุฒิบัตร/ปริญญาบัตร เกี่ยวกับการศึกษาเด็กปฐมวัย หรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กำหนด หรือมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับเด็กปฐมวัยอย่างน้อยหนึ่งปี โดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  11. รูปถ่ายครึ่งตัวหน้าตรง ของผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก ไม่สวมหมวกขนาด 2 นิ้ว ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือนจำนวนสามรูป
  12. กรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก ไม่ดำเนินการด้วยตนเองสามารถหาผู้ดำเนินกิจการแทนได้ โดยต้องมีวุฒิการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาการเด็กปฐมวัย หรือมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับเด็กปฐมวัยอย่างน้อยหนึ่งปี โดยมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่ปลัดกระทรวงกำหนด และมีความรู้เรื่องโภชนาการและอาหารสำหรับเด็กปฐมวัยเป็นอย่างดี พร้อมหลักฐานแสดงคุณวุฒิและเอกสารตามข้อ (8) (9) และ (10)
  13. ตัวอย่างสมุดบันทึกพัฒนาการเด็ก 1 เล่ม

กรณีผู้ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก เป็นนิติบุคคล

  1. เอกสาร ตามข้อ (1) (2) (3) (4)และ (5) ของกรณีเป็นบุคคลธรรมดา
  2. สำเนาหรือภาพถ่ายใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนบริษัท, มูลนิธิ ,สมาคม, ห้างหุ้นส่วนจำกัด, คณะบุคคล, สหกรณ์ ฯลฯ แสดงวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการสถานรับเลี้ยงเด็ก
  3. หลักฐานการมอบอำนาจให้เป็นผู้แทนนิติบุคคล และผู้ดำเนินกิจการ
  4. หลักฐานของผู้ดำเนินกิจการ ตามข้อ (8)(9)(10) และ (11) ของกรณีเป็นบุคคลธรรมดา การต่ออายุใบอนุญาต

ใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กมีอายุหนึ่งปีนับแต่วันออกใบอนุญาต การต่อใบอนุญาตจะให้ต่อพร้อมกันหมดในเดือนธันวาคมของทุกปี

ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ตามกฎกระทรวง กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก พ.ศ. 2548

  1. คำขอ ฉบับละ 100 บาท
  2. ใบอนุญาต ฉบับละ 200 บาท
  3. ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ 200 บาท
  4. การต่อใบอนุญาต ปีละ 200 บาท

บทกำหนดโทษ

ผู้ใดจัดตั้งหรือดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยมิได้รับใบอนุญาตหรือใบอนุญาตถูกเพิกถอนหรือหมดอายุ ต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ดำเนินการโดยศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม สังกัด กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2520 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2520 และตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการและดูแลด้านการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม โดยปฏิบัติงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2533 และตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าว ในส่วนภูมิภาคได้แต่งตั้งให้มีคณะอนุกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมประจำจังหวัดขึ้นทุกจังหวัดเพื่อทำหน้าที่ โดยมีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเป็นสำนักงานเลขานุการ

การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเป็นการให้บริการด้านสวัสดิการเด็ก การดำเนินงานให้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจำเป็นต้องอาศัยหลักของกฎหมายควบคู่กับหลักการทางสังคมสงเคราะห์ ซึ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2533 กฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ.2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.2522 พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พระราชบัญญัติทะเบียนราษฎร เป็นต้น

การขอรับเด็ก (ผู้เยาว์) เป็นบุตรบุญธรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และตามพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

คุณสมบัติตามกฎหมายของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

  1. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี (นับตั้งแต่วันเกิด ถึงวันที่ยื่นคำร้อง)
  2. ต้องมีอายุมากกว่าเด็กที่จะรับเป็นบุตรบุญธรรม ไม่น้อยกว่า 15 ปี
  3. ต้องเป็นผู้ที่ไม่ต้องห้ามเป็นผู้ปกครองเด็กตามมาตรา 1587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่
    • ผู้ซึ่งศาลสั่งว่าเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
    • ผู้ซึ่งเป็นบุคคลล้มละลาย
    • ผู้ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะปกครองผู้เยาว์ หรือทรัพย์สินของผู้เยาว์
    • ผู้ซึ่งมีหรือเคยมีคดีในศาลกับผู้เยาว์ ผู้บุพการีหรือพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดา หรือมารดากับผู้เยาว์
    • ผู้ซึ่งบิดาหรือมารดาที่ตายได้ทำหนังสือระบุชื่อ ห้ามไว้มิให้เป็นผู้ปกครอง

หลักเกณฑ์การขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

  1. ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเป็นคนสัญชาติไทย ที่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ซึ่งขอรับเด็กสัญชาติไทยที่บิดามารดา หรือบิดาหรือมารดาเป็นผู้ให้ความยินยอม หรือเด็กที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตแทนการให้ความยินยอมของบิดามารดา และได้ผ่านการทดลองเลี้ยงดูครบกำหนดแล้ว
  2. ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเป็นคนสัญชาติไทย ที่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ซึ่งขอรับเด็กสัญชาติไทยที่ได้รับยกเว้นการทดลองเลี้ยงดูตามกฎหมาย

คุณสมบัติทางสังคมของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

  1. เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ ครอบครัวอบอุ่น ความสัมพันธ์ในครอบครัวดี
  2. ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ
  3. ต้องมีฐานะการครองชีพที่มั่นคง มีทรัพย์สินและรายได้ที่แน่นอน ไม่มีหนี้สิน และมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายการลี้ยงดูหรือสนับสนุนการศึกษาของเด็ก
  4. ต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ถูกสุขลักษณะ อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่อยู่ห่างไกลจากชุมชนมากเกินไป
  5. ต้องมีเวลาให้กับเด็กที่จะรับเป็นบุตรบุญธรรม ให้ความสำคัญ และเอาใจใส่เด็กอย่างใกล้ชิด
  6. ต้องมีเหตุผลในการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่เหมาะสม ไม่เชื่อถือเรื่องโชคลาง รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมอย่างเปิดเผยและจริงใจ ไม่ได้รับการคัดค้านจากสมาชิกในครอบครัว ญาติพี่น้อง
  7. ต้องไม่มีบุตร หรือเด็กในความอุปการะมากเกินไป เพื่อให้บุตรบุญธรรมได้รับความรักและการเอาใจใส่อย่างเต็มที่
  8. ไม่เคยมีประวัติกระทำความผิดตามกฎหมาย หรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ต่อบุคคลอื่นหรือประพฤติผิดศีลธรรมและจารีตประเพณีอันดีงาม
  9. ต้องมีวุฒิภาวะเหมาะสมที่จะอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนให้บุตรบุญธรรมประพฤติตนเป็นคนดี

เอกสารประกอบการพิจารณาของฝ่ายผู้ขอและคู่สมรส

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาบัตรข้าราชการ คนละ 1 ฉบับ
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน คนละ 1 ฉบับ
  3. 3. สำเนาทะเบียนสมรส 1 ฉบับ หรือสำเนาทะเบียนการหย่า หรือสำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต)
  4. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล คนละ 1 ฉบับ
  5. ใบรับรองแพทย์แสดงว่ามีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ คนละ 1 ฉบับ (ไม่เกิน 6 เดือน)
  6. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว เท่านั้น คนละ 1 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
  7. หากผู้ขอมีบุตรอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี บุตรต้องมาลงนามยินยอมให้บิดามารดารับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ และแนบสำเนาบัตรประชาชนของบุตร คนละ 1 ฉบับ หากบุตรไม่สามารถมาลงนามได้ ให้ผู้ขอรับเด็กทำบันทึกระบุเหตุผลที่บุตรไม่สามารถมาลงนามให้ความยินยอม และให้บุตรนั้นทำบันทึกแสดงความยินยอมให้บิดามารดารับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
  8. หากคู่สมรสไม่ขอรับเด็กเป็นบุตรด้วย คู่สมรสต้องมาลงนามแสดงความยินยอมให้ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมฝ่ายเดียวต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ ในกรณีที่คู่สมรสไม่อาจให้ความยินยอม ไปจากภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ และหาตัวไม่พบเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องมีคำสั่งอนุญาตของศาลแทนการให้ความยินยอมของคู่สมรสนั้น
  9. กรณีผู้ขอรับเด็ก (มีสัญชาติไทย ไม่ได้ CITIZEN หรือ GREENCARD) ทำงานและอาศัยอยู่ต่างประเทศให้นำสำเนาหนังสือเดินทางหนังสืออนุญาตทำงาน หนังสือรับรองการทำงานและรายได้ และทำหนังสือขอความร่วมมือเยี่ยมบ้านในต่างประเทศโดยต้องระบุสถานทูต หรือสถานกงสุลไทยที่ใกล้ที่อยู่ของตน และยินยอมจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
    ในการติดตามเยี่ยมบ้าน และติดตามการทดลองเลี้ยงดูเด็ก (กรณีต้องทดลองเลี้ยงดูเด็กตามกฎหมาย) ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (หลักฐานที่เป็นภาษาต่างประเทศ ต้องแปลเป็นภาษาไทย โดยแปลอย่างถูกต้อง และได้รับการรับรอง)
  10. หากผู้ขอรับเด็กมีคู่สมรส ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่อยู่กินร่วมกันฉันท์สามีภรรยา คู่สมรสนั้นไม่สามารถขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมร่วมได้ และต้องลงนามในเอกสารคำร้องขอรับเด็ก พร้อมมีเอกสารหลักฐานดังกล่าวข้างต้น

เอกสารประกอบการพิจารณาของบิดามารดาเด็ก

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรข้าราชการ คนละ 1 ฉบับ
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน คนละ 1 ฉบับ
  3. สำเนาทะเบียนสมรสหรือสำเนาทะเบียนการหย่าและบันทึกการหย่าซึ่งระบุว่าฝ่ายใดเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตร หรือสำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต) จำนวน 1 ฉบับ
  4. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล คนละ 1 ฉบับ
  5. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้วเท่านั้น คนละ 1 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน)
  6. บิดามารดาเด็กต้องมาลงนามแสดงความยินยอมมอบเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่

ถึงแม้บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน เว้นแต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตหรือถูกถอนอำนาจปกครอง

เอกสารประกอบการพิจารณาของเด็ก

  1. สำเนาสูติบัตรเด็ก จำนวน 1 ฉบับ
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
  3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ
  4. สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ- นามสกุล จำนวน 1 ฉบับ
  5. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว เท่านั้น จำนวน 1 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) กรณีเป็นเด็ก อายุตั้งแต่แรกเกิด – 5 ปี อนุโลมให้ใช้รูปขนาดโปสการ์ดได้
  6. กรณีเด็กมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี เด็กต้องมาลงนามแสดงความยินยอมเป็นบุตรบุญธรรมต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าท
  7. กรณีเด็กมีอายุ 12 ปีขึ้นไป ให้เด็กเขียนบันทึกระบุเหตุผลที่ต้องการ และยินยอมเป็นบุตรบุญธรรมของผู้ขอรับเด็ก

เอกสารประกอบการพิจารณาของผู้รับรอง จำนวน 2 คน

ผู้รับรองต้องรู้จักกับผู้ขอรับเด็ก เช่น บิดามารดา ญาติพี่น้อง เพื่อน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หัวหน้าหน่วยงาน

  1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาบัตรข้าราชการ คนละ 1 ฉบับ
  2. สำเนาทะเบียนบ้าน คนละ 1 ฉบับ

* ผู้รับรองไม่ต้องมาในวันที่ผู้ขอรับเด็กนำคำร้องมายื่น แต่ต้องรับรองสำเนาเอกสารของตนเองให้เรียบร้อย
** บุคคลที่เชื่อถือได้  ในแบบ  บธ.4  หน้าที่  5, ผู้รับรองในแบบ บธ. 7 ข้อ  11  และผู้รับรองที่ลงนามในหนังสือรับรองต้องเป็นบุคคลคนเดียวกันเท่านั้น 

*** การรับรองใน แบบ  บธ. 7   ข้อ 11  ของผู้รับรอง ให้เขียนรับรองผู้ขอรับเด็กว่ามีความเหมาะสมที่จะเลี้ยงดูเด็กอย่างไรบ้างตามความคิดเห็นของผู้รับรอง เช่น  ความมั่นคงของรายได้   หน้าที่การงาน  ความประพฤตินิสัยใจคอ  อารมณ์จิตใจ   สภาพครอบครัว  และให้ระบุระยะเวลาที่ผู้ขอรับเด็กได้อุปการะเลี้ยงดูเด็กด้วย

หมายเหตุ 

  1. เอกสารหลักฐานของทุกคน (ยกเว้นของผู้รับรอง) ให้นำฉบับจริงมาแสดงด้วย ในวันที่นำคำร้องขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมายื่น
  2. ไม่อนุญาตให้ผู้ขอรับเด็ก หรือบุคคลอื่นใดนำหนังสือแสดงความยินยอมต่าง ๆ ไปให้ผู้ที่ต้องมาลงนามต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ไปลงนามที่อื่นทุกกรณี

 

การขอรับเด็กไปอุปการะเลี้ยงดูแบบครอบครัวอุปถัมภ์

คุณสมบัติของผู้ขออุปการะเด็ก

  • มีอายุไม่ต่ำว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน ๖๐ ปี และมีอายุมากกว่าเด็กไม่น้อยกว่า ๑๕ ปี (เว้นแต่พิจารณาเห็นสมควร)
  • มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งและที่อยู่นั้นจะต้องถูกสุขลักษณะ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี
  • มีอุปนิสัยและความประพฤติที่เหมาะสมที่จะเป็นผู้อุปการะ
  • มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ
  • มีเจตนาดีที่จะให้การอุปการะเด็กโดยไม่เคยเลี้ยงดูเด็กอย่างไม่เหมาะสม มีเวลาเลี้ยงดูเด็ก
  • ไม่มีประวัติเคยกระทำผิดตามกฎหมายอาญาจนได้รับโทษจำคุก (เว้นแต่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือลหุโทษ) และไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงต่อบุคคลอื่น หรือประพฤติผิดศีลธรรมและจารีตประเพณีอันดีงาม

เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการขอรับอุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์

  1. หนังสือแสดงความจำนงขอรับอุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์
  2. รายงานการสอบสภาพความเป็นอยู่และความเหมาะสมของผู้ขออุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์
  3. ประวัติเด็กในความอุปการะของครอบครัวอุปถัมภ์
  4. ข้อตกลงในการรับอุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์
  5. รายงานการเยี่ยมเยียนเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์
  6. สำเนาบัตรประชาชน หรือสูติบัตร สำเนาทะเบียนบ้านของเด็ก
  7. สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออุปการะเด็ก และคู่สมรส
  8. สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี) ของผู้ขออุปการะเด็ก
  9. สำเนาใบมรณบัตรของบิดามารดา/ บิดา หรือมารดา (กรณีเสียชีวิต)
  10. สำเนาทะเบียนหย่าของบิดามารดาเด็ก (ถ้ามี)
  11. ใบรับรองแพทย์ของเด็ก ผู้ขออุปการะเด็ก และคู่สมรส
  12. หนังสือรับรองการศึกษาของเด็กจากโรงเรียน ว่ากำลังศึกษาอยู่จริง
  13. ผลการเรียนเทอมล่าสุด
  14. รูปถ่ายขนาด ๒ นิ้ว ของเด็ก ผู้ขออุปการะเด็ก และคู่สมรส
  15. ภาพถ่ายสภาพที่อยู่อาศัย ภายในและภายนอก
  16. ผู้รับรอง จำนวน ๒ คน (ข้าราชการในพื้นที่  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ) พร้อมแนบสำเนา บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ และสำเนาทะเบียนบ้าน กรอกตามแบบฟอร์มหนังสือรับรอง

***********************************************************************************************************

แบบฟอร์มเกี่ยวกับการขออุปการะเลี้ยงดูแบบครอบครัวอุปถัมภ์

การขออุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์
ข้อตกลงในการรับเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ ดย.
ขอระงับเรื่องการอุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ ดย.
แบบฟอร์หนังสือแสดงความจำนงขอรับอุปการะเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์ ดย.
ฟอร์มประวัติเด็กในความอุปการะ ดย.
รายงานการเยี่ยมเยียนเด็กแบบครอบครัวอุปถัมภ์(…)ดย.
รายงานการสอบสภาพความเป็นอยู่ ดย.
หนังสือรับรอง

***********************************************************************************************************

กรณีชาวต่างชาติขอรับบุตรติดภรรยาหรือหลานของภรรยาเป็นบุตรบุญธรรม

สถานที่ติดต่อยื่นเรื่อง

ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม เลขที่ 255 ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 02-3547500 , 02-3547509 (ตั้งอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี)

เอกสารที่ต้องเตรียม (พร้อมทั้งเตรียมเอกสารฉบับจริงเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่)

  1. ผู้ขอรับเด็กและคู่สมรส
    1. สำเนาหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง
    2. สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน คนละ 2 ฉบับ
    3. ใบรับรองจากแพทย์ซึ่งแสดงว่ามีร่างกายและจิตใจสมบูรณ์ คนละ 1 ฉบับ
    4. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว คนละ 4 รูป พร้อมทั้งรูปบุตรในครอบครัว (ถ้ามี)
    5. เอกสารแสดงทรัพย์สิน
    6. เอกสารรับรองการทำงานและรายได้ และเอกสารรับรองการเงินย้อนหลัง ไม่เกิน 6 เดือนและใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว (WORK PERMIT)
    7. สำเนาทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนหย่า
    8. สำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ หรือ สำเนาทะเบียนบ้าน คนละ 2 ฉบับ
    9. เอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาอยู่รับรองว่าสามารถรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมาย
    10. เอกสารจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาอยู่ ซึ่งรับรองว่าสามารถนำเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเข้าประเทศได
    11. เอกสารรับรองความประพฤติและความเหมาะสมทั่วไปจากบุคคลที่เชื่อถือได้ 2 คน เอกสารจะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของประเทศผู้ขอด้วย
  2. บิดามารดาเด็กหรือผู้ปกครอง
    1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง คนละ 2 ฉบับ
    2. สำเนาทะเบียนบ้านคนละ 2 ฉบับ
    3. สำเนาทะเบียนสมรส หรือสำเนาทะเบียนหย่า พร้อมบันทึกการหย่าหรือสำเนาใบมรณะบัตรหรือคำสั่งศาล
    4. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว คนละ 2 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
    5. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ – สกุล
  3. เด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม
    1. สำเนาสูติบัตรเด็ก 2 ฉบับ
    2. สำเนาทะเบียนบ้านเด็ก 2 ฉบับ
    3. สำเนาการเปลี่ยนชื่อ – สกุล (ถ้ามี)
    4. รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว 2 รูป (ถ้าเป็นเด็กอนุโลมให้ใช้รูปถ่ายขนาดโปสการ์ดได้)
    5. ถ้าเด็กอายุเกิน15 ปี บริบูรณ์ ถ่ายสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2 ฉบับ

หมายเหตุ ติดต่อศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม E-mail Address: adoption@loxinfo.co.th

*** กรณีชาวต่างประเทศยื่นคำขอรับเด็กผ่านหน่วยงานต่างประเทศ จะไม่อนุญาตให้บิดามารดาเด็กลงนามในหนังสือแสดงความยินยอม (บธ.6) ก่อนที่ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะได้รับเอกสารคำขอรับเด็กจากหน่วยงานของประเทศที่ผู้ขอรับเด็กมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่

เอกสารประกอบ

NameSizeHits
คุณสมบัติของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม1.6 MiB98
หนังสือแสดงความยินยอมของคู่สมรสของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม180.2 KiB82
หนังสือแสดงความยินยอมของบุตรในการที่บิดา-มารดา จะรับเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม226.5 KiB226
หนังสือแสดงความยินยอมของผู้มีอำนาจให้ความยินยอม1.1 MiB162
หนังสือแสดงความยินยอมของเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม181.2 KiB96
แบบ บธ.๔1.5 MiB112